คำตอบคืออะไร

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=243361075676968&set=a.135167413163002.23169.124269637586113&type=1&theater

จากลิงก์นี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวัดพระบาทน้ำพุ

 

“เมื่อความจำเป็นบีบคั้น ทางออกเริ่มตีบตันทุกขณะ เธอจึงถูกพี่สาวปล่อยให้รออยู่หน้าวัดอยางโดดเดี่ยว” บ่ายของวันที่ 12 กรกฏาคม 2554 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีหญิงวัยกลางคน มาพบเพื่อขอให้รับผู้ป่วยซึ่งเป็นน้องสาวของเธอ จากการสอบถามทราบว่า “ผู้ป่วยมีวัณโรคแทรกซ้อน แต่เธอไม่สามารถให้ประวัติการรักษาได้ชัดเจน” ผู้ป่วยรายนี้ต้องอยู่ในห้องควบคุมเชื้อวัณโรคเท่านั้น แต่ห้องดังกล่าวนี้เต็มหมดแล้วทำให้ยังรับเธอไว้ไม่ได้ จึงแนะนำให้พี่สาวพาไปพบแพทย์ที่ รพ.เดิมที่เคยรักษา เนื่องจากผู้ป่วยยังช่วยเหลือตัวเองได้ดีอยู่ และที่สำคัญเธอมีประวัติที่ชัดเจนอยู่ที่ รพ.นั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าการอยู่ที่วัด พี่สาวผู้ป่วยยอมทำตามคำแนะนำด้วยดี เธอพาผู้ป่วยกลับไปที่รถแล้วขับออกไป ผ่านไป 4 ชั่วโมง ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยนั่งรอญาติอยู่หน้าโรงครัวของวัด จึงออกไปดู พบว่าเป็นผู้ป่วยรายเดิมนั่นเอง เธอบอกว่าพี่สาวให้นั่งรออยู่ตรงนี้ พี่สาวขอออกไปทำธุระก่อนเสร็จแล้วจะกลับมารับ จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นพี่สาวกลับมา จะทำอย่างไรได้เมื่อเวลาเริ่มมืดลง ผู้ป่วยเริ่มอ่อนเพลีย สุดท้ายตัดสินใจเสริมเตียงในห้องควบคุมวัณโรคอีกครั้ง แม้ในห้องนั้นจะแออัดอยู่แล้วก็ตาม อย่างไรเสียก็ขอให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยหาทางแก้ไขต่อไป……

 

ข้อความข้างต้นเป็นข้อความที่ admin หน้า page http://facebook.com/phrabatnampu ได้โพสไว้  นี่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เตียงเต็มก็เอามาทิ้งไว้ วัดก็ต้องนับ 1 ใหม่ บางคนนับไปได้แค่ 2-3 คนไข้ก็ตายจาก ถ้าญาติใจเย็นสักนิด เอากลับไปรพ.เก่าเพื่อรักษาวัณโรคให้หายก่อน แล้วเค่อยเอามา หรือทิ้งข้อมูลอะไรไว้ให้บ้าง ทางวัดอาจนับ 4-5 ต่อไปเพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ คนไหนโชคดีก็รอด โชคไม่ดีก็ตายจาก

การที่ทิ้งคนไข้ไว้ นอกจากวัดจะต้องเริ่มต้นสืบหาประวัติการรักษาจากคนไข้แล้ว บางทีคนไข้เองแหล่ะที่ไม่อยากให้ประวัติ เพราะเค้าอาจท้อแท้ที่โดน พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูก แท้ ๆ  ของเค้าเอามาทิ้งไว้  หรือเค้าอาจไม่สามารถสื่อสารได้แล้ว (ในกรณีที่มาในสภาพที่หนักมาก)

และการที่ผู้ป่วยมีเชื้อวัณโรคติดมา การรักษาก็ต้องยากขึ้นไปอีก แถมไม่รู้ว่ากินยามานานแค่ไหน อยู่ในระยะติดต่อหรือเปล่า  ถ้าอยู่ในระยะติดต่อ อย่าว่าแต่ผู้ป่วยที่นอนอยู่ที่วัดเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ ผู้มีจิตศรัทธาที่มาทำบุญก็สามารถติดเชื้อวัณโรคกลับไปได้

บ้านเด็กธรรมรักษ์โชคดีที่เราเป็นเขตปลอดวัณโรคติดต่อ 100% มาหลายปีแล้ว ไม่ใช่ว่าบ้านเด็กธรรมรักษ์ดีกว่าวัดพระบาทน้ำพุ หรือดีกว่าที่อื่น แต่การที่เด็ก ๆ ถูกนำส่งมาเราสามารถซักประวัติเด็กส่วนใหญ่ได้เกือบ 100% เนื่องจากบ้านเด็กธรรมรักษ์มีสถานที่รองรับเด็กได้หลายร้อยชีวิต พอเราไม่ปฏิเสธในการรับเด็ก ผู้นำส่งก็มักเต็มใจที่จะให้ประวัติที่ถูกต้องของเด็กไว้  เด็กบางคนเราไม่มีประวัติ เนื่องจากเด็กโดนทอดทิ้งแล้วมีผู้ใจบุญนำส่งมา  เราก็จะนำเด็กส่งโรงพยายาล เพื่อทำการตรวจร่างกายใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือดวัดระดับ CD4 หรือการเก็บเสมหะเพื่อตรวจหาวัณโรคปลอด ฯลฯ ตามแต่ที่แพทย์จะเห็นควร

ปัจจัยการรักษาพยาบาลในเด็กและผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน ทำให้การรักษาพยาบาลในเด็กง่ายกว่าผู้ใหญ่  เราสามารถบังคับและตรวจเช็คให้เด็กทานยาต้านไวรัสได้ (ต้องบังคับในกรณีเด็กที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเค้าเป็น และต่อต้านการทานยาต้าน)  แต่การดูแลให้ใช้ชีวิตประจำวันในเด็กยากกว่ายิ่งนัก  (ถ้าท่านใดมีลูกท่านน่าจะเข้าใจดี)

ผู้ใหญ่บางคนติดเชื้อมาหลายปีแล้ว เริ่มยาต้านไวรัสมาหลายครั้ง ทานยาต้านไวรัสมาหลายตัว และดื้อยากมาหลายตัวก็เป็นได้  ทำให้การรักษายากขึ้นไปอีก ยิ่งถ้ามีโรคแทรกซ้อนติดมายิ่งยากใหญ่

การที่ผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อนติดมาก็เนื่องมาจากสาเหตุที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ร่างการอ่อนแอ ซึ่งอาจเนื่องมาจาก การไม่ได้เริ่มยาต้านไวรัส หรือการเริ่มยาต้านแล้ว แต่ทานยาต้านไวรัสไม่ตรงเวลา หรือดื้อยาเป็นต้น  ทำให้ต้องมีการรักษาโรคแทรกซ้อนควบคู่ไปกับการฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งอาจเป็นการเริ่มยาต้านไวรัสตัวใหม่ หรือการปรับยาและให้ผู้ป่วยทานยาให้ตรงเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการรักษาของแพทย์  ถ้าการที่ผู้ป่วยไม่มีปรวัติการรักษาเดิมมาเลยนั่นแหล่ะทำให้แพทย์ต้องทำงานหนัก เพราะต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คดูว่าผู้ป่วยดื้อยาอะไร ผู้ป่วยมีโรคอะไรแทรก ฯลฯ (ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นวัณโรค แพทย์มักทำการรักษาวัณโรคก่อนแล้วจึงเริ่มยาต้านไวรัส)

การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือติดเชื้อโรค AIDS ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ท่านทำความเข้าใจกันสักนิด  ถ้าท่านใดไม่เข้าใจสามารถขอคำแนะนำได้ที่วัดพระบาทน้ำพุ  เด็ก ๆ หลาย ๆ คนมีญาตินำมาไว้บ้านเด็กธรรมรักษ์ พอทางบ้านเด็กฯ ดูแลเด็ก ๆ แข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และได้ให้คำแนะนำในการดูแลที่ถูกไป  เด็ก ๆ หลายๆ คนสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้

เราสัมผัสกับตรงนี้มานาน เคยเห็นปู่ ย่า ตา ยายบางคนใจจะขาดที่ต้องนำหลานมาทิ้งไว้ให้พวกเราดูแล  เด็ก ๆ หลายๆ  คนโชคดีญาติพี่น้องยังเหลืออยู่ มารับกลับไปบ้านทุกปิดเทอม  โทรมาหาอย่างสม่ำเสมอ ญาติของเด็กหลาย ๆ คนได้ให้สัญญากับเด็ก ๆ ว่าถ้าโตขึ้นจะมารับกลับไปอยู่บ้าน เพราะเด็กสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีการศึกษาขั้นพื้นฐานติดตัวไป ทำให้เด็ก ๆ กลุ่มนี้มีกำลังใจ  และมีจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตต่อไป  แต่ก็มีเด็กอีกจำนวนไม่น้อย  ที่ในชีวิตเค้าไม่เหลือใครเลย  บ้านอยู่ไหนก็ไม่รู้  พ่อแม่อุ้มมาอยู่วัดตั้งแต่ตัวเองยังจำความไม่ได้

บ้านเด็กธรรมรักษ์ สามารถดูแลเด็ก ๆ พวกนี้ไปจนกว่าพวกเค้าจะก้าวขาออกไปจากเราเอง  พระอุดมประชาทรท่านได้ปูพื้นฐานรองรับเด็ก ๆ หรือผู้ป่วยไว้  ถ้าเด็กเรียนจบ ถ้าผู้ป่วยแข็งแรงแล้วเราก็มีงานให้ทำ  ถ้าพวกเค้ายังต้องการที่จะอยู่กับเราต่อไป

แต่สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่ในสังคมที่เกือบจะปิดอย่างบ้านเด็กธรรมรักษ์ (บ้านและโรงเรียนอยู่ในบริเวณเดียวกัน)  เช้าตื่นมาไปโรงเรียน เลิกเรียนกลับบ้าน  ปิดเทอมทางบ้านเด็กพาไปเที่ยว แต่ยังไม่สามารถไปใช้ชีวิตภายนอกแบบเปิดเผยได้  ซึ่งด้วยวัยของเด็ก  บางคนไขว่คว้า  หรืออยากรู้อยากเห็นตามวัย  อยากไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอก  อยากไปใช้ชีวิตตามวัยของเค้า พวกเราก็ต้องปล่อยเค้าไป  จากประสบการณ์ที่ผ่านมา  เด็ก ๆ จากบ้านเด็กธรรมรักษ์ หลายสิบชีวิต  ได้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก  90% ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม 9% ญาติรับไปอยู่ด้วย 1% เด็กใช้ชีวิตด้วยตัวเอง (ส่วนใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป) แต่ก็ต้องใช้ชีวิตแบบปิดบังในสิ่งที่พวกเค้าเป็น  ถ้าสังคมยังไม่เปิดกว้างเด็ก ๆ พวกนี้ก็คงยังไม่สามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้  วัดพระบาทน้ำพุ และบ้านเด็กธรรมรักษ์ ก็ยังคงต้องเป็นที่พึ่งพิงของ HIV และ AIDS ต่อไป…

 

ปล. มองในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเอง เราคิดว่าทุกคนมีเหตุผลในตัวเอง ทุกคนล้วนมีมุมของตัวเอง การที่ญาตินำผู้ป่วยมาทิ้งไว้ที่วัดเราว่าไม่มีใครใจร้ายผิด  แต่ทุกชีวิตล้วนมีวิถีกรรมของตัวเอง

 

 

Share on Facebook

แสดงดนตรี

โครงการเสริมสร้างคุณธรรมใน​สถานศีกษา คณะนักเรียนกลุ่มโรงเรียนเข​าวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ณ ศูนย์การศึกษา วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี วันที่ 10 กรกฏาคม 2554 เด็ก ๆ จากบ้านเด็กธรรมรักษ์ร่วมแสดงดนตรีให้คณะนักเรียนชมด้วยค่ะ ^ ^

Share on Facebook

โรตีกล้วยหอมมั้ยครับ/คะ

วันนี้มีผู้ใจบุญนำโรตีกล้วยหอมมาเลี้ยงเด็ก ๆ เด็ก ๆ ชอบมาก ตื่นเต้นดีใจ ยืนต่อแถวกินกันอย่างเอร็ดอร่อยค่ะ ลุงกับป้าบอกว่าอยากกินเท่าไรกินไปเลย ลุงกับป้าทำได้เรื่อย ๆ เด็ก ๆ กินกันคนละหลายรอบเลยค่ะ ^ ^

Share on Facebook